Nirvana Memorial Park :call +(66) 064 241 6453
สุสานคริสต์และพิธีฝัง การประกาศความเชื่ออย่างสมเกียรติสู่ชีวิตนิรันดร์
ในความเชื่อของคริสตชน ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเพียงการ "หลับใหลในองค์พระผู้เป็นเจ้า" เพื่อรอคอยวันที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาและการฟื้นคืนพระชนม์ (Resurrection) ด้วยเหตุนี้ พิธีฝังของชาวคริสตชนและ การเลือกสุสานคริสต์ จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดการร่างกายของผู้จากไป แต่เป็น การประกาศความเชื่อ และการให้เกียรติแก่ร่างกายที่เคยเป็น "พระวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์"
เราจัดสรรการบริการ premium อันเป็นส่วนตัวและสมเกียรติ ครอบคลุมพื้นที่แห่งศรัทธา สำหรับทุกความเชื่อ: แปลงฝังคริสต์เตียน/ โปรเตสแตนต์ / คาทอลิก / ออร์โธด็อกซ์ ฯ.
"พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ " สดุดี 23:2
ที่สุดแห่งเกียรติยศเหนือกาลเวลา สุสานคริสต์เนอร์วาน่า
รังสรรค์ความสง่างามโดย Nirvana Asia Group ผ่านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมมาตรฐานสูงสุดแห่งเอเชีย ผสานภูมิทัศน์อันประณีต เพื่อให้ทุกการเยี่ยมเยือนรายล้อมด้วยบรรยากาศแห่งการหนุนใจและความภาคภูมิใจ ที่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตนเองและคนที่คุณรัก
เราดูแลพื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เขียวขจีและทรงคุณค่าตลอด 365 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายปีซึ่งบริหารด้วยระบบกองทุนส่วนกลางที่มั่นคง ให้คุณวางใจได้ว่าความทรงจำที่งดงามจะได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติตลอดไป
ชำระเพียงครั้งเดียว ดูแลตลอดชีพด้วยกองทุนส่วนกลาง ครอบคลุมบริการดูแลรักษาภูมิทัศน์สุสานและสวนสวยตลอดไป (Perpetual Care) เพื่อให้ท่านมั่นใจว่า "บ้านหลังสุดท้าย" นี้จะงดงามอยู่เสมอ โดยไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายผูกพัน แก่ลูกหลานในอนาคต
อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากลตลอด 24 ช.ม พร้อมทีมงานมืออาชีพที่ใส่ใจดูแล รังสรรค์บรรยากาศให้งดงามไร้ที่ติ มอบความสง่างาม สมฐานะในทุกช่วงเวลา แม้ในวันที่ลูกหลานไม่สะดวก เดินทางมาด้วยตนเอง เราพร้อมเป็นตัวแทนดูแลด้วยความใส่ใจดุจครอบครัว
ดินแดนแห่งการพักพิงที่แท้จริง โอบล้อมด้วยลำธารและทิวเขาธรรมชาติ (Nature Sanctuary) ออกแบบอย่างสง่างามเพื่อสะท้อนความสำเร็จและเกียรติภูมิของผู้หลับใหล สู่อ้อมกอดแห่งพระเจ้าอย่างสมฐานะบุตรของพระองค์
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คริสตจักรให้ความสำคัญกับการฝังศพ (Burial) เป็นอย่างมาก ดูได้จากร่องรอยประวัติศาสตร์ของสุสานใต้ดิน (Catacombs) ในยุคคริสตจักรแรกเริ่ม ร่างกายของผู้ล่วงลับจะได้รับดูแลด้วยความเคารพ แม้ในปัจจุบันคริสตจักรหลายแห่งจะอนุญาตให้ทำการเผาศพ (Cremation) ได้ แต่ก็มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า อัฐิจะต้องถูกนำไปบรรจุไว้ในสถานที่อันสมควร เช่น สุสาน หรือช่องเก็บอัฐิที่ได้รับการเสกและจัดเตรียมไว้ ไม่แนะนำให้นำไปโปรยทิ้งหรือเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ล่วงลับอย่างสูงสุด
ลำดับขั้นตอนพิธีศพคาทอลิก
การประกอบพิธีศพจะมุ่งเน้นไปที่การนมัสการพระเจ้า การปลอบประโลมจิตใจครอบครัว และการส่งมอบวิญญาณของผู้ล่วงลับ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาสำคัญ:
พิธีตื่นเฝ้า / พิธีนมัสการไว้อาลัย (The Wake or Viewing): เป็นช่วงเวลาแห่งการรวมตัวของครอบครัวและพี่น้องในคริสตจักร เพื่ออธิษฐาน ร้องเพลงนมัสการ และรำลึกถึงผู้ล่วงลับ เป็นช่วงเวลาของการแบ่งปันความรักและการหนุนใจ
พิธีมิสซาปลงศพ / พิธีนมัสการเนื่องในงานศพ (Funeral Mass / Funeral Service): สำหรับคาทอลิก จะมีการถวายบูชามิสซาเพื่ออุทิศแด่ผู้ล่วงลับ ส่วนโปรเตสแตนต์จะเน้นการเทศนาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ เพื่อตอกย้ำความหวังเรื่องชีวิตนิรันดร์
พิธีบรรจุร่าง ณ สุสาน (The Committal Service): คือขั้นตอนสุดท้ายที่กระทำ ณ สุสานคริสต์ ศาสนาจารย์หรือบาทหลวงจะนำอธิษฐาน ประกอบพิธีเสกสุสานหรือเสกพื้นดินศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวถ้อยคำมอบร่างคืนสู่ธุลี พร้อมกับความหวังในการฟื้นคืนชีพในพระเจ้า
อ้างอิง:(USCCB - United States Conference of Catholic Bishops)
พิธีศพคริสเตียน
อ้างอิงตามหลักการของคริสตจักรแห่งอังกฤษ (The Church of England) พิธีศพคริสเตียนไม่ใช่เพียงแค่การอำลาผู้ล่วงลับ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการผสมผสานระหว่างความโศกเศร้าของมนุษย์และความหวังในพระสัญญาของพระเจ้า โดยมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
การหนุนใจและปลอบประโลมจิตใจ (Gathering for Comfort): ท่ามกลางความสูญเสีย พิธีศพคือพื้นที่ปลอดภัยที่ครอบครัวและชุมชนผู้เชื่อจะได้มารวมตัวกัน การอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์และการร้องเพลงนมัสการ มีจุดประสงค์เพื่อนำพาสันติสุขของพระเจ้ามาบรรเทาความเจ็บปวดในจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่
การขอบพระคุณสำหรับชีวิต (Thanksgiving for Life): คริสตชนเชื่อว่าชีวิตคือของประทานจากพระเจ้า พิธีศพจึงเป็นช่วงเวลาของการรำลึกถึงและขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับทุกช่วงเวลา ความรัก และคุณงามความดีที่ผู้ล่วงลับได้สร้างไว้ขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลก
การมอบวิญญาณและบรรจุร่าง (Commendation and Committal): นี่คือจุดสูงสุดของพิธีทางเทววิทยา ศาสนาจารย์จะนำอธิษฐานเพื่อ "มอบ (Commend)" จิตวิญญาณของผู้ล่วงลับไว้ในพระหัตถ์อันทรงเมตตาของพระเจ้า จากนั้นจึงเข้าสู่พิธี "บรรจุร่าง (Committal)" ณ สุสาน ซึ่งเป็นการส่งคืนร่างกายกลับสู่ผืนดิน (เถ้ากลับสู่เถ้า ธุลีกลับสู่ธุลี) พร้อมกับการประกาศความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า ร่างกายนี้จะได้รับการฟื้นคืนชีพ (Resurrection) ในวันสุดท้าย
สถานที่อันสมเกียรติเพื่อการส่งมอบที่สมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้ ขั้นตอนการบรรจุร่าง ณ สุสาน จึงเป็นพิธีกรรมที่เต็มไปด้วยความหมาย การมีสถานที่พักผ่อนที่เงียบสงบและสวยงาม อย่างเช่นพื้นที่สุสานคริสต์เนอร์วาน่า จึงช่วยให้ครอบครัวได้ประกอบพิธี Committal นี้ได้อย่างสมเกียรติ เป็นส่วนตัว และเต็มไปด้วยความหวังใจในชีวิตนิรันดร์อย่างแท้จริง
อ้างอิง: The Church of England